1.3 ความเป็นจริงของจักรวาล


คนในโลกนี้มีหลากหลายความเชื่อด้วยกัน บางคนก็เชื่อว่าโลกนี้มี โลกหน้ามี แต่บางคนก็ไม่เชื่อ ซึ่งเป็นความเห็นคู่โลกมาทุกยุคทุกสมัย เป็นความเห็นที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นความเห็นที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ เป็นความเห็นที่ผิด มีผลกระทบต่อการกระทำของมนุษย์ ถ้าไม่เชื่อก็จะไม่มีความละอาย และเกรงกลัวต่อการกระทำชั่ว จะก่อความเดือดร้อนทั้งในปัจจุบัน และส่งผลถึงอนาคต ถึงชาติหน้า เมื่อละโลกไปแล้วย่อมทนทุกข์ทรมานในอบาย


ดั้งนั้นนักศึกษาจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกและจักรวาลก่อนว่า แท้ที่จริงแล้วคืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไปอย่างไร และมนุษย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโลกและจักรวาล จะต้องปฏิบัติอย่างไร ดำเนินชีวิตอย่างไร ให้มีความปลอดภัยในการอาศัยอยู่ในโลกและจักรวาลนี้



จักรวาล

มิใช่เป็นเพียงแหล่งรวมของดาวเคราะห์ต่างๆ หากแต่เป็นสถานที่อาศัยของสรรพสัตว์ที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด เป็นแหล่งรวมของการสร้างบุญและบาป จักรวาลจึงเป็นดังกรงกักขังสรรพสัตว์ที่ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ให้เกิดตายวนเวียนอยู่เช่นนี้อย่างไม่จบสิ้น หากมนุษย์กระทำแต่กุศลกรรมด้วยกาย วาจา ใจ จักรวาลและโลกจะเจริญขึ้น และถ้าทำดีจนถึงที่สุด ก็จะมีโอกาสหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้ หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดนี้


ดังเช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้หลุดพ้นจากคุกใบนี้ เมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้วก็ทรงนำความรู้ที่แท้จริงมาสั่งสอนสรรพสัตว์ได้รู้ได้เห็นตามความเป็นจริงว่า แท้ที่จริงแล้วเราคือใคร และควรปฏิบัติตนอย่างไรในโลกที่อยู่ในจักรวาลนี้ และทำอย่างไรให้หลุดพ้นจากคุกใบนี้




1.4 ความสัมพันธ์ของศาสตร์การเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับความเป็นจริงของจักรวาล


ในโลกของเรานี้มีประชากรอาศัยอยู่หลายพันล้านคน จะมีสักกี่คนที่เข้าใจความเป็นจริงของโลกและชีวิตได้อย่างถูกต้องตรงตามเป้าหมายที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์ หากคนเหล่านั้นมิได้ศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ย่อมใช้ชีวิตไปตามอำนาจกิเลส โดยปราศจากความคิดอย่างถูกต้อง เมื่อละโลกแล้วย่อมเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏนี้อย่างไม่มีวันหมดสิ้น บุคคลที่ประมาทในการดำเนินชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสว่า เหมือนบุคคลที่ตายแล้ว ตายจากคุณงามความดี หมดเวลาในชีวิตไปโดยไร้ประโยชน์




ความจริงเรื่องเราคือใครในจักรวาล

มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ มีความสงสัยใคร่รู้ในทุกสิ่ง และมักจะมีคำถามที่ค้างคาใจอยู่มากมายว่า เราคือใคร เกิดมาทำไม ทำไมจึงเกิดมาเป็นมนุษย์ ทำไมจึงมาอยู่ในโลกนี้ โลกนี้คืออะไร ใครเป็นผู้สร้าง ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้รอคอยการตอบคำถามอยู่เสมอ หากใครสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างมีเหตุผลอย่างถูกต้องชัดเจน บุคคลนั้นย่อมได้รับการเชิดชูยกย่อง และวิทยาศาสตร์ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ให้คำตอบในเรื่องรูปธรรมเหล่านี้ได้บ้าง จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในยุคปัจจุบัน แต่เรื่องนามธรรมทางด้านจิตใจยังเข้าไม่ถึงมากนัก


ในยุคที่วิทยาศาสตร์รุ่งเรืองอย่างเช่นปัจจุบันนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ส่งยานอวกาศออกไปสำรวจนอกโลก จึงมีความแล้วถ่ายภาพโลกกลับมาพบว่ามีลักษณะกลม นักวิทยาศาสตร์จึงสันนิษฐานว่า โลกมีทรงกลม และเป็นสถานที่ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะยังค้นไม่พบสิ่งมีชีวิตที่ดาวดวงอื่น สำหรับโครงสร้างจักรวาล นักวิทยาศาสตร์ก็สันนิษฐานว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง มีดาวดวงอื่นเช่นโลกเป็นดาวบริวาร


แต่มีความรู้อีกแขนงหนึ่งที่เรียกว่า ความรู้ทางพุทธศาสตร์ เป็นความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงรู้เห็นด้วยการค้นคว้าทางจิต พระองค์ฝึกจิตให้ละเอียดลุ่มลึกควรแก่การงาน จนมีญาณหยั่งรู้ในทุกสิ่งตามความเป็นจริง พระองค์ทรงแสดงเรื่องจักรวาลวิทยาไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งในหัวข้อนี้ นักศึกษาจะได้ทำความเข้าใจภาพรวมของจักรวาลโดยสรุป ในเรื่องความเป็นจริงของโลกและชีวิตว่า เราอยู่ ณ ส่วนใดของจักรวาล



1) องค์ประกอบของจักรวาลอันเป็นที่อยู่ของสรรพสัตว์

นักศึกษาควรทำความเข้าใจในเรื่อง องค์ประกอบของจักรวาลนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และจักรวาลนั้นมีมากมายไหม มีเป็นล้าน เป็นสิบล้าน เป็นล้านล้านจักรวาล เป็นอนันต-จักรวาล หรือในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า โลกธาตุ ที่มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ตามจำนวนจักรวาลในจักรวาลหนึ่งๆ นั้นมีองค์ประกอบที่เรียกว่า ภพสาม อันเป็นที่อยู่ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในที่นี้จะขออธิบายโดยย่อ คือ


  • กามภพ คือ ภพอันเป็นที่เกิดของผู้ที่ยังเกี่ยวข้องในกาม มี 11 ภูมิ ได้แก่
    • มนุสสภูมิ 1 คือ โลกอันเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มี 4 ทวีป ได้แก่ ปุพพวิเทหทวีป อปรโคยานทวีป อุตตรกุรุทวีป ชมพูทวีป
    • อบายภูมิ 4 คือ ภูมิกำเนิดของสัตว์ที่ปราศจากความเจริญ เป็นภูมิต่ำที่สุดในบรรดาภูมิทั้งหมด มีทั้งหมด 4 ภูมิ ได้แก่ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน
    • เทวภูมิ 6 คือ ภูมิอันเป็นที่อยู่ของชาวสวรรค์ มี 6 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 จาตุมหาราชิกา ชั้นที่ 2 ดาวดึงส์ ชั้นที่ 3 ยามา ชั้นที่ 4 ดุสิต ชั้นที่ 5 นิมมานรดี และชั้นที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตดี
  • รูปภพ คือ ภพอันเป็นที่อยู่ของรูปพรหม อยู่สูงกว่าเทวภูมิ มีทิพยสมบัติที่สวยงามละเอียดประณีตกว่าเทวภูมิ มีทั้งหมด 16 ชั้น
  • อรูปภพ คือ ภพอันเป็นที่อยู่ของอรูปพรหม อยู่สูงกว่ารูปภพ มีทิพยสมบัติสวยงามประณีตกว่ารูปภพ มีทั้งหมด 4 ชั้น


2) โครงสร้างทางกายภาพของจักรวาล


โครงสร้างทางกายภาพของจักรวาลหนึ่ง ประกอบด้วย ภูเขาสิเนรุ เป็นศูนย์กลางจักรวาล โดยรอบภูเขาสิเนรุในทิศทั้ง 4 เป็นที่อยู่ของ


โลกมนุษย์ 4 โล

ได้แก่ ชมพูทวีปอยู่ทางทิศใต้ของภูเขาสิเนรุ และตั้งแต่ภูเขาสิเนรุขึ้นไปในอากาศเป็นที่อยู่ของสรรค์มี 6 ชั้นตามลำดับ สวรรค์ชั้นที่ 1 จาตุมหาราชิกา อยู่ที่ไหล่ภูเขาสิเนรุ สรรค์ชั้นที่ 2 ดาวดึงส์อยู่หน้าตัดส่วนบนภูเขาสิเนรุ อีก 4 ชั้นอยู่ถัดกันขึ้นไปในอากาศ มีขนาดใหญ่ขึ้นไปตามลำดับ และสูงขึ้นไปจากสวรรค์ชั้นที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตดี เป็นที่อยู่ของรูปพรหม 16 ชั้น และสูงขึ้นไปจากรูปพรหมชั้นสุดท้าย เป็นที่อยู่ของอรูปพรหม 4 ชั้น มีขนาดใหญ่ขึ้นไปตามลำดับ ส่วนชั้นล่างภูเขาสิเนรุมีภูเขา 3 ลูก ที่เรียกว่า ตรีกูฏ วางเป็น 3 เส้า บริเวณตรงกลางภูเขาตรีกูฏเป็นอุโมงค์ใหญ่เป็นที่อยู่ของอสูร ซอกเขาทั้ง 3 ลูกเป็นที่อยู่ของเปรตและอสุรกาย และใต้ภูเขาตรีกูฏลงไปเป็นที่อยู่ของนรกทั้ง 8 ขุม มีขนาดใหญ่ไปตามลำดับ ขุมที่ 8 จะมีขนาดใหญ่ที่สุด (พระญาลิไทย, 2554: 14-63)



ดังนั้นมนุษย์จึงอยู่ในจักรวาลหนึ่งในจำนวนจักรวาลที่นับไม่ถ้วน อยู่ในกามภพ ในมนุสสภูมิ ชมพูทวีปมนุษย์ไม่ได้มีอยู่เฉพาะในโลกของเราที่เรียกว่าชมพูทวีปเท่านั้น แต่ยังมีอีก 3 ทวีป ซึ่งเป็นโลกมนุษย์ ในจักรวาล มีภูเขาสิเนรุเป็นศูนย์กลาง และมนุษย์ก็มีอยู่แต่เดิมก่อนแล้ว และเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นเป็นอันดับแรก เหมือนเป็นพื้นฐานของจักรวาล สัตว์ในภูมิอื่นๆ ล้วนแปรเปลี่ยนไปจากมนุษย์ทั้งสิ้น สิ่งมีชีวิตที่นอกเหนือจากมนุษย์ที่มีกายละเอียดยังคงมีอยู่ในภูมิอื่นๆ อีกมากมาย เราจึงมีเพื่อนต่างภพอีกจำนวนมากนับไม่ถ้วนในจักรวาลนี้


เมื่อทราบอย่างนี้จะได้มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโลกและจะต้องศึกษาถึงความสัมพันธ์ของการวนเวียนเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติให้ลึกซึ้ง เพื่อสร้างความเข้าใจตรงตามความเป็นจริง สามารถดำเนินชีวิตให้ปลอดภัยในสังสารวัฏอันยาวไกลนี้


เรียบเรียงโดย มยุรา ชมภูยันต์

สมัครเรียนประกาศนียบัตรออนไลน์

วิชาศาสตร์การเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

<< 1.1 ศาสตร์การเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสำคัญอย่างไร

1.4 วัฏจักรของจักรวาล >>


ติดตามเนื้อหาสาระดีๆ ได้ที่

ศูนย์ประสานงาน DOU