การบูชาในสิ่งที่ควรบูชานั้น ก่อให้เกิดอานิสงส์ใหญ่อย่างไม่มีประมาณ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอริยสาวกทั้งหลาย คือผู้ที่ควรบูชาอย่างสูงสุด ด้วยคุณธรรมอันเป็นโลกุตตระ เพราะการที่เราบูชาในสิ่งที่ควรบูชานี้ เป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นไปตามลำดับ จนกระทั่งถึงระดับคือพระนิพพาน เพราะผู้ที่เราบูชานั้น ท่านสถิตอยู่ในอายตนนิพพาน เมื่อใจของเรายกสูงอยู่ในระดับนี้ ก็จะเป็นใจที่สะอาด บริสุทธิ์และผ่องใส เหมาะสมที่จะเป็นภาชนะรองรับบุญที่จะบังเกิดขึ้นในทุกๆ ขั้นตอน


มีวาระแห่งภาษิตที่ปรากฏอยู่ใน วิสาลักขิวิมาน ความว่า
"ข้าพเจ้ามีใจเลื่อมใส ได้ถือเอาดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้ ไปบูชาพระสถูปของพระศาสดาด้วยมือของตนเอง เพราะกรรมนั้น รูป คติ ฤทธิ์และอานุภาพเช่นนี้จึงมีแก่ข้าพเจ้า”
ผู้ใดก็ตามมีจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใส น้อมจิตบูชาต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้า ด้วยอามิสบูชาหรือปฏิบัติบูชาก็ตาม บุญอันบริสุทธิ์ก็จะบังเกิดขึ้นกับผู้นั้น มีผลานิสงส์มากมายมหาศาลทีเดียว จะส่งผลให้พบแต่สิ่งที่ดีงาม ชีวิตก็จะมีแต่ความสุขสงบร่มเย็นทั้งในภพนี้และภพชาติเบื้องหน้า ในขณะที่ยังไม่หมดสิ้นอาสวกิเลส ต้องท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏจะเป็นผู้ที่ท่องเที่ยวอยู่ในสองภพภูมิ คือมนุษยโลกแล้วก็เทวโลก ขณะที่ดำรงอยู่บนเทวโลกจะเต็มเปี่ยมด้วยมหาสมบัติอันเป็นทิพย์ ดังเช่น เทพนารี ผู้มีอานุภาพมาก ที่หลวงพ่อได้นำมากล่าวไว้ข้างต้นแล้ว

* ชีวประวัติการสร้างบารมีของนางเทพนารีองค์นี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นผู้ที่รักบุญมาก ไม่มีวันใดเลยที่จะเว้นว่างจากการสร้างบุญ จะสั่งสมบุญอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ทั้งการให้ทาน รักษาศีล แล้วก็อบรมจิตใจตนเองด้วยการปฏิบัติธรรม การสร้างบารมีของนางเกิดขึ้นหลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว เหล่าพุทธบริษัททั้งหลายล้วนต้องการที่จะนำพระบรมสารีริกธาตุของพระศาสดากลับไปยังบ้านเมืองของตน เพื่อไว้สักการบูชา
พระเจ้าอชาตศัตรู ราชาแห่งกรุงราชคฤห์ เมื่อทรงเห็นผิดกระทำปิตุฆาตแล้ว ภายหลังฟังธรรมจากพระศาสดาก็ได้สติ ตั้งใจสั่งสมบุญอย่างเต็มที่ หวังเพื่อเอาบุญใหญ่นี้ ชดเชยในการกระทำที่ผิดพลาดของตนเองในอดีต พระเจ้าอชาตศัตรูทรงรับพระบรมสารีริกธาตุของพระศาสดาจากมือของโทณพราหมณ์ผู้ทำหน้าที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อรับมาแล้วก็นำกลับมาที่เมืองราชคฤห์ ทรงสร้างพระสถูปเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้น เมื่อสร้างเสร็จก็มีการทำบุญฉลองในกรุงราชคฤห์

ในสมัยนั้น มีลูกสาวของช่างทำดอกไม้คนหนึ่งอยู่ที่กรุงราชคฤห์นั้นชื่อว่าสุนันทา เป็นหญิงที่มีศรัทธาในพระรัตนตรัยมาก นางได้ตั้งใจรักษาศีล ปฏิบัติธรรมไม่เคยขาด ตั้งแต่สมัยที่พระศาสดายังทรงมีพระชนม์อยู่จนกระทั่งบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน แม้กระนั้นก็ยังเป็นผู้ที่ไม่อิ่มในบุญเลย นางก็ยังบำเพ็ญบุญไม่ขาดสาย เมื่อทราบข่าวว่า พระราชาได้สร้างสถูปบรรจุพระสารีริกธาตุไว้เพื่อให้ประชาชนได้เคารพสักการะ นางก็ตั้งใจมั่นว่า แม้พระพุทธองค์จะปรินิพพานแล้วก็ตาม เราจะเอาบุญกับพระองค์ท่านไม่ให้ขาดเลย พอตั้งใจมั่นอย่างนี้ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป สุนันทาอุบาสิกานี้ก็จะส่งพวงมาลัยและของหอมเป็นอันมากที่บิดาส่งมาให้ ไปทำการบูชาพระเจดีย์นั้นอยู่ทุกวันไม่เคยขาดเลย ทุกๆ วันอุโบสถนางก็จะเดินทางไปไหว้พระเจดีย์ด้วยตัวเองอย่างสมํ่าเสมอ
จิตใจของอุบาสิกาท่านนี้ มีแต่ความคิดที่จะบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้ใจผูกพันและมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ ในกาลต่อมาภายหลัง นางล้มป่วยอย่างกระทันหัน ไม่สามารถเยียวยาได้ทัน จึงได้สิ้นชีวิตลง ครั้นละจากโลกนี้ไปแล้วก็ได้บังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บังเกิดในมหาวิมานที่โอฬาร วันหนึ่งเทพนารีสุนันทานี้ ได้เข้าไปยังสวนจิตรลดาอันเป็นอุทยานทิพย์และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของเหล่าเทวาทั้งหลาย

ตามปกติ ความอลังการของสวนทิพย์นี้จักไม่มีประมาณ รัศมีแห่งดอกไม้ทิพย์ทั้งหลายก็จะรุ่งเรืองสว่างไสว เปล่งประกายนวลไปทั่วอาณาบริเวณ เทพบุตรเทพธิดาทั้งหลาย เวลาที่เข้ามาสู่สวนจิตรลดานี้แล้ว จะถูกรัศมีของดอกไม้ทิพย์ที่มีสีสันวิจิตรพิสดารนั้นครอบงำ บดบังรัศมีจากเรือนกายอย่างสิ้นเชิง แต่พอเทพนารีสุนันทาเดินเข้ามาในสวนทิพย์เท่านั้น รัศมีของดอกไม้ทิพย์ไม่สามารถบดบังรัศมีจากเรือนกายของเทพนารีสุนันทาได้แม้แต่นิดเดียว รัศมีของนางยังคงสว่างไสวดังเดิมมิเปลี่ยนแปลงเลย

ท้าวสักกเทวราช จอมเทพแห่งดาวดึงส์ ซึ่งเสด็จเข้าไปสู่สวนจิตรลดาพร้อมกับเทพนารีนั้น ทรงอัศจรรย์พระทัยยิ่งนัก ได้ทอดพระเนตรดูเทพบุตรเทพธิดาทั้งหลายที่อยู่อาณาบริเวณนั้น ถูกรัศมีดอกไม้ทิพย์บดบัง มีแต่เทพนารีสุนันทาเท่านั้นที่ไม่ถูกครอบงำรัศมี ปรารถนาที่จะสดับผลแห่งการทำความดีของนางเทพธิดานี้ จึงตรัสถามเทพนารีสุนันทาว่า
“ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีนัยน์ตางดงาม เธอชื่ออะไรจึงมีอานุภาพมากอย่างนี้ มีหมู่นางฟ้าแวดล้อม เดินวนเวียนอยู่ในสวนจิตรลดาอันแสนรื่นรมย์ พวกเทวดาทั้งหลายชั้นดาวดึงส์มีร่างกายที่ประดับตกแต่งอย่างงดงาม ล้วนแต่ขึ้นม้าขึ้นรถอันเป็นทิพย์ แล้วจึงเข้ามาที่สวน แต่เมื่อเธอเดินทางมาถึง กำลังเที่ยวอยู่ในสวนนี้ รัศมีของเธอสว่างไสวไปทั่วสวนจิตรลดา แสงสว่างของสวนไม่ได้ปรากฏเลยแม้นิดเดียว รัศมีของเธอมาข่มแสงสว่างของสวนนี้ ดูก่อนเทพธิดาผู้รุ่งเรือง ขอเธอตอบคำถามหน่อยเถิด นี้เป็นผลบุญอะไร” เทพนารีสุนันทาตอบว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพผู้ทรงบำเพ็ญทานมาแต่กาลก่อน รูป คติ ฤทธิ์ และอานุภาพอันโอฬารของหม่อมฉันบังเกิดด้วยกรรมใด ขอพระองค์ทรงสดับผลแห่งกรรมอันแสนอัศจรรย์นั้น หม่อมฉันเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ชื่อว่า สุนันทา เป็นอุบาสิกาอยู่ในกรุงราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์ ถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล ยินดีในการแจกจ่ายทานทุกเมื่อ มีใจเลื่อมใสในหมู่สงฆ์ผู้ปฏิบัติตรงต่อพระนิพพาน ได้ถวายผ้านุ่งห่ม ภัตตาหาร เสนาสนะ ประทีป ทั้งได้รักษาอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ ตลอด ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้ที่สำรวมในศีลห้าเป็นนิตย์ เว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการพูดเท็จ เว้นจากการเป็นขโมย เว้นจากการประพฤตินอกใจ เว้นจากการดื่มน้ำเมา และยิ่งไปกว่านั้น หม่อมฉันได้ส่งดอกไม้ไปบูชาที่พระสถูปทุกๆ วันไม่ขาดเลย และก็หาโอกาสไปบูชาเองในวันอุโบสถ ด้วยบุญนี้ ทำให้หม่อมฉันมีรูป คติ ฤทธิ์และอานุภาพอย่างนี้และหม่อมฉันยังได้บรรลุธรรมเป็นสกทาคามีเพราะบุญนั้น” เมื่อท้าวสักกะได้ฟังอย่างนั้นก็เกิดความปีติเบิกบานและทรงอนุโมทนาในบุญที่ยิ่งใหญ่ของเทพนารีนั้น

จะเห็นได้ว่า อานิสงส์แห่งการบูชาพระเจดีย์ซึ่งเป็นปูชนียสถาน แล้วส่งใจไปถึงพระรัตนตรัย ถึงพระพุทธเจ้าแม้เสด็จดับขันธปรินิพพานนานแล้วก็ตาม ถึงพระธรรมและพระสงฆ์ การบูชาบุคคลที่ควรบูชาเช่นนี้ มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาล จะอำนวยประโยชน์ทั้งที่เป็นโลกียะและโลกุตตระ เมื่อเกิดในโลกนี้ก็จะเต็มเปี่ยมด้วยโลกิยสมบัติ ยิ่งไปกว่านั้นก็จะทำให้เข้าถึงโลกุตตรสมบัติ คือธรรมของพระอริยเจ้าทั้งหลาย ดังเทพนารีสุนันทานี้ ท่านเป็นผู้ที่สมบูรณ์ทั้งอามิสบูชาและก็ปฏิบัติบูชา ไม่ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่อย่างเดียว ดังนั้น ขอให้ทุกท่านดำรงตนให้ถึงพร้อมด้วยการบูชาทั้งสองอย่างนี้เถิด

ที่มา : พระธรรมเทศนาโดย: พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
* มก. เล่ม ๔๘ หน้า ๓๑๗

ติดต่อสอบถาม : ศูนย์ประสานงาน DOU

DOU : 062-620-9090
Line : @dou-us
Website : www.dou.us

Blockdit : www.blockdit.com/dou_official